อาหารสุนัข สูตรพิเศษ สำหรับสุนัขที่มีภาวะภูมิแพ้อาหาร

อาหารสุนัข สูตรพิเศษ สำหรับสุนัขที่มีภาวะภูมิแพ้อาหาร

อาหารสุนัข สูตรพิเศษ สำหรับสุนัขที่มีภาวะภูมิแพ้อาหาร ถ้าจะพูดถึงเรื่องสุขภาพของสุนัขในปัจจุบัน หนึ่งในอาการผิดปกติที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ “ภาวะภูมิแพ้อาหาร” โดยอาการแพ้อาหารนนั้น จะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงในสุนัขแต่ละตัว และอาการแพ้ดังกล่าวนี้สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ

สิ่งหนึ่งที่ผู้เลี้ยงสุนัขหลายคนยังไม่ทราบก็คือ ภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัขนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ นั่นหมายความว่าอาหารที่สุนัขกินมาตั้งแต่แรกโดยไม่มีอาการแพ้ ในเวลาต่อมาก็อาจเกิดอาการแพ้ก็ได้ นอกจากนี้ภาวะภูมิแพ้อาหารยังสามารถเกิดได้ทุกช่วงฤดูกาล ไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว และภาวะภูมิแพ้นี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอีกด้วย

อาการทั่วไปของสุนัขที่แพ้อาหารก็คือ จะมีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง สุนัขจะมีอาการคัน และเกาอยู่ตลอดเวลา ในสุนัขบางตัวจะพบเป็นลักษณะของรังแคเกาะอยู่ตามเส้นขนและผิวหนัง ในสุนัขที่มีภาวะภูมิแพ้อาหารมากๆ จะคันมาก และเกาจนเกิดแผล และทำให้แผลดังกล่าวเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา หรือในอีกกรณีที่มีภาวะภูมิแพ้อาหารอย่างรุนแรง ผิวหนังจะมีการอักเสบเรื้อรัง ผิวหนังมีการหนาตัวขึ้นและมีเม็ดสีมารวมกลุ่มกันในตำแหน่งผิวหนังที่อักเสบ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีสีดำ โดยมักพบการอักเสบของผิวหนังบริเวณดังต่อไปนี้ได้บ่อยในรายที่เป็นสุนัขแพ้อาหาร เช่น ใบหู ง่ามเท้า และบริเวณผิวหนังตามข้อพับ

ในสุนัขบางตัวที่ป่วยเป็นโรคภาวะภูมิแพ้อาหารอาจจะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดจากการอักเสบของช่องหูด้านนอก โดยผนังหูจะมีลักษณะผิวที่หนาและแดงซึ่งบ่งบอกว่าหูกำลังมีการอักเสบอย่างมาก ซึ่งอาการนี้ถ้าหากทำการรักษาก็จะหาย แต่ในเวลาไม่นานก็จะกลับมาเป็นอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะยังหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้ได้

วิธีที่ดีที่สุดถ้าหากเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าสุนัขมีความผิดปกติต่างร่างกายที่มีลักษณะคล้ายกับภาวะภูมิแพ้อาหารให้ผู้เลี้ยงรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อที่หาสาเหตุที่แท้จริงของอาการผิดปกติดังกล่าว เพราะอาการที่พูดถึงในตอนต้นนั้น อาจมีสาเหตุมากจากความผิดปกติอื่นๆ อีกหลายอย่างที่มีอาการคล้ายคลึงกับภาวะภูมิแพ้อาหารก็ได้เช่นกัน

ตรวจเช็คภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัข ด้วยอาหารสุนัขสูตร Hypoallergenic

เมื่อพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์แล้ว สัตวแพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค โดยจะต้องตรวจและตัดประเด็ดโรคผิวหนังอื่นๆ ออกไปก่อน ถ้าแน่ใจแล้วว่าอาหารอาจเป็นสาเหตุของภาวะภูมิแพ้ดังกล่าว คุณหมอก็จะให้คำแนะนำถึงแนวทางในการรักษาและป้องกันภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัขอย่างถูกต้อง

โดยหนึ่งในวิธีที่สัตวแพทย์ใช้วินิจฉัยโรคก็คือ การทำการทดสอบอาการแพ้อาหารด้วยวิธี Restriction diet trial โดยหลักการของการทดสอบนี้ก็คือ การให้สุนัขกินอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อนและไม่แน่ใจว่าอาหารนั้นจะมีผลทำให้สุนัขมีอาหารแพ้หรือไม่

ทั้งนี้ช่วงเวลาที่จะทำการทดสอบภาวะภูมิแพ้อาหารนั้น จะต้องเป็นช่วงที่อาการแพ้ของสุนัขทุเราลงแล้ว เพราะขณะทดสอบสุนัขจะไม่ได้รับยาอะไรเลยสทั้งสิ้น

การทดสอบด้วยวิธี Restriction diet trial นั้น ทำได้โดยการที่ให้สุนัขตัวที่มีอาการคล้ายกับภาวะภูมิแพ้อาหารกินอาหารสูตร Hypoallergenic ซึ่งเป็นอาหารสุนัขสูตรพิเศษสำหรับสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะภูมิแพ้อาหาร โดยอาหารสูตรนี้จะต้องได้รับคำแนะนำในการใช้อย่างถูกต้องจากสัตวแพทย์ โดยจะมีขายเฉพาะที่คลีนิคหรือโรงพยาบาลสัตว์เท่านั้น

อาหารสูตรนี้จะมีส่วนประกอบของอาหารที่ทำให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการแพ้อาหารน้อยที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีอาหารสุนัขสำเร็จรูปหลายยี่ห้อได้ผลิตอาหารสูตร Hypoallergenic ออกมา

ความพิเศษของอาหารสูตร Hypoallergenic ก็คือ โปรตีนในอาหารสูตรนี้เป็นแหล่งโปรตีนที่สุนัขไม่เคยได้รับมากก่อน การนำโปรตีนที่เป็นแหล่งวัตถุดิบของอาหารมาเปลี่ยนแปลงขนาดอนุภาคให้มีขนาดเล็กจนร่างกายของสุนัขไม่สามารถจับได้ว่านี่คือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายแล้วไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังตามมา

ขั้นตอนการเช็คภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัข

ในช่วงที่ทดสอบภาวะภูมิแพ้อาหารของสุนัขด้วยวิธี Restriction diet trial ผู้เลี้ยงจำเป็นจะต้องใส่ใจเรื่องอาหารของสุนัขเป็นพิเศษ โดยสิ่งที่สุนัขสามารถกินได้ในช่วงนี้มีแค่ 2 อย่างเท่านั้น คือ อาหารสูตร Hypoallergenic และน้ำ เท่านั้น โดยผู้เลี้ยงจะต้องให้สุนัขจะต้องกินติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 10 – 12 สัปดาห์

จากนั้นก็เริ่มมาสังเกตอาการของสุนัขกัน ตามขั้นตอนดังนี้

1. ให้ผู้เลี้ยงเริ่มสังเกตสุนัขตั้งแต่วันที่ให้กินอาหารสูตร Hypoallergenic เป็นวันแรก ไปจนถึงประมาณสัปดาห์ที่ 6 โดยถ้าหากสุนัขมีอาการแพ้อาหารจริง อาการผิดปกติทางร่างกายต่างๆ เช่น ผื่นแพ้ รอยแดง หรืออาการคันตามที่ต่างๆ ก็จะลดลงในระหว่างที่ทำการทดสอบ

2. ในช่วงที่ทำการทดสอบอาการแพ้อาหารในสุนัข ผู้เลี้ยงห้ามให้อาหารอื่นๆ เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น ขนมขบเคี้ยว ต่างๆ ,ขนมปัง,ชีส,เนย,นม,ผลไม้ ฯลฯ

3. เมื่ออาการผื่นแพ้ รอยแดง ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของสุนัขลดลง นั่นแสดงว่าสุนัขตัวนั้นมีอาการแพ้อาหารจริงๆ ให้ผู้เลี้ยงเริ่มทำการเช็คอีกครั้ง โดยให้นำอาหารชนิดหนึ่ง (อาจจะเริ่มจากอาหารที่สุนัขกินประจำ) มาผสมกับอาหารสูตร Hypoallergenic แล้วนำไปให้สุนัขกิน จากนั้นให้สังเกตการตอบสนองทางร่างกายของสุนัขว่า เมื่อกินอาหารเข้าไปแล้วจะมีอาการแพ้หรือไม่ โดยใช้เวลาสังเกตประมาณ 7 – 10 วัน ถ้าหากมีอาการแพ้ให้หยุดกินทันที

4. จากนั้นให้เริ่มต้นกินอาหารสูตร Hypoallergenic ใหม่จนกว่าอาการแพ้จะหายไป แล้วจึงเริ่มต้นทำการทดสอบอาหารชนิดที่สองต่อมา โดยทำการผสมกับอาหารสูตร Hypoallergenic เช่นเดิมจนสุดท้ายได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า สุนัขแพ้อะไรบ้าง

… วิธีนี้จะช่วยให้ผู้เลี้ยงทราบว่าจริงๆ แล้วสุนัขของเรานั้นแพ้อาหารประเภทไหน และเมื่อทราบแล้วผู้เลี้ยงก็จะได้หลีกเลี่ยงให้สุนัขกินอาหารดังกล่าวได้

สำหรับสุนัขที่กินอาหารสูตร Hypoallergenic แล้วอาการแพ้ลดลง สัตวแพทย์แนะนำว่าให้กินอาหารสูตรนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะเป็นการดีต่อสุขภาพของสุนัข และป้องกันไม่ให้สุนัขกลับมาแพ้อาหารอีก

จุดเด่นของอาหารสูตร Hypoallergenic

1. โปรตีนในอาหารสูตร Hypoallergenic จะผ่านกรรมวิธี Hydrolysation เพื่อให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลง ทำให้ย่อยง่าย และช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแพ้อาหารได้

2. อาหารสูตร Hypoallergenic จะช่วยบำบัดอาการแพ้อาหารที่เกิดขึ้นทางผิวหนัง และระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยบำบัดอาการโรคลำไส้อักเสบ และการหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อนไม่เพียงพอได้อีกด้วย

3. อาหารสูตร Hypoallergenic จะช่วยเพิ่มวิตามิน อินทิทอล แพนโททีเนต ไนอาซีน โคลีน ฮิสทิดีน เพื่อเสริมความแข็งแรงของผิวหนังให้กับสุนัข และยังช่วยให้ผิวหนังของสุนัขสามารถเก็บรักษาความชุ่มชื่นไว้ได้นานขึ้นอีกด้วย

4. อาหารสูตร Hypoallergenic จะมีโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังลำไส้และบำรุงขนของสุนัขให้เงางาม

5. อาหารสูตร Hypoallergenic มี FOS และบีทบัลพ์ ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารของสุนัข

6. อาหารสูตร Hypoallergenic จะช่วยป้องกันการเกิดนิ่วสตรูไวท์และออกซาเลตในกระเพราะปัสสาวะของสุนัข

… สำหรับอาหารสูตร Hypoallergenic ในปัจจุบันก็มีอาหารสุนัขสำเร็จรูปหลายยี่ห้อได้ผลิตอาหารสูตรนี้มาเป็นทางเลือกเอาไว้สำหรับคนรักสุนัขที่กำลังประสบปัญหาสุนัขแพ้อาหาร ถ้าสุนัขของเพื่อนๆ คนไหนกำลังมีอาการที่บ่งบอกว่าน่าจะอยู่ในภาวะแพ้อาหารล่ะก็ ให้รีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจเช็คอาการโดยด่วนเลยนะคะ เพราะถ้าหากรู้ที่มาที่ไปของอาการแพ้แล้วเราก็จะได้ดูแลเขาอย่างถูกวิธี ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างของน้องหมาที่เรารักค่ะ